สะเก็ดดาว เพชรพญาไท

สะเก็ดดาว เพชรพญาไท

สะเก็ดดาว เพชรพญาไท (ดาวมฤตยู) ยอดมวยในกีฬา Mixed martial art (MMA) การต่อสู้ที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน อย่างเช่น มวยไทย มวยสากล ยูโด มวยปล้ำ คาราเต้ แซมโบ บราซิลเลี่ยน ยูยิตสู มีทั้งการเตะต่อย และการทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้

สะเก็ดดาว เพชรพญาไท

สะเก็ดดาว เพชรพญาไท ยอดมวยค้างฟ้าวัย 33 ปี ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของวงการมวยไทย หลังบอกลาเวทีผืนผ้าใบเมื่อปี 2557 ก็ได้พบเส้นทางการต่อสู้ใหม่ที่ท้าทายความสามารถของตัวเองในกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ซึ่งทำให้เขาสามารถพัฒนาศักยภาพการเป็นนักสู้ในระดับที่สูงขึ้น

สะเก็ดดาว (ดาวมฤตยู) มีชื่อจริงๆ ว่า นายกิตติชัย ชูรัตน์ มีชื่อเล่นว่า อ๋า เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2530 ปัจจุบันอายุ 33 ปี การศึกษา จบการศึกษาปริญาตรี ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นบุตรชายของคุณพ่อวิรัตน์ และคุณแม่สีดา ภูมิลำเนาบ้านเกิด เป็นคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ภาคอีสาน) อยู่ที่ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม มีน้องสาวด้วยกัน 1 คนชื่อ นุสรา

ครอบครัวของ สะเก็ดดาว มีฐานะยากจน ดำรงชีวิตด้วยการประกอบอาชีพทำนา ค้าขาย พ่อของสะเก็ดดาวเป็นคนชอบมวยจึง สั่งสอนวิชามวยให้เขาตั้งแต่เด็ก พออายุ 10 ขวบ จึงส่งไปร่ำเรียนวิชามวยที่ค่ายเกียรติถาวร ของสมศักดิ์ เทพธานี ซึ่งเป็นเพื่อของพ่อสะเก็ดดาว ซ้อมได้แค่เดือนเดียว เขาได้ขอขึ้นชกประเดิมด้วยชื่อ “สามดาว เกียรติถาวร” ในงานกาชาดจังหวัดมหาสารคาม ผลการชกแพ้คะแนนชนิดที่ยอมรับว่าแทบไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะอากาศหนาวเย็นมาก ขยับแขนขาไม่ออก ยืนแข็งให้คู่ชกเตะอยู่ฝ่ายเดียว ก่อนได้รับค่าตัว 100 บาทเป็นการปลอบใจในการขึ้นชงครั้งแรก
     เจ้าอ๋า อยู่กับค่ายเกียรติถาวรได้ 3 ปี ค่ายก็ปิดตัวลงเนื่องจากมีคนมาเรียนน้อย จึงย้ายไปอยู่ค่ายศิษย์ดอนคิงส์ ของอดีตนักมวยเก่า “ดอนคิงส์ ห้องอาหารกวิน” พร้อมกับได้ชื่อชกมวยใหม่ว่า “สะเก็ดดาว ศิษย์ดอนคิงส์” เพราะอยากได้ชื่อที่มีดาวหลายๆ ดวง

สะเก็ดดาว เพชรพญาไท

 ด้วยสไตล์การชกดุเดือด มวยเข่าประเภทเดินหน้าท้าชนถอยหลังไม่เป็น จึงทำให้ สะเก็ดดาว เป็นมวยถูกตลาดจนโด่งดังขึ้นมาเรื่อยๆ โดยมีไฟต์สำคัญเปลี่ยนชีวิต คือไฟต์ที่เดินทางไปชกมวยรายการใหญ่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งก่อนชกตกเป็นรองถึง 3 เท่าตัว แต่ด้วยหัวใจนักสู้ มาแล้วแพ้ไม่ได้ จึงเดินชนและเบียดชนะคะแนนมวยดังรุ่นพี่ “สมรักษ์น้อย ม.เมืองชุมแพ” ไปแบบสะใจกองเชียร์
    จากนั้นไปเข้าตาแมวมองอย่าง “เบิ้ม ภูดิน” เจ้าพ่อมวยเด็กภาคอีสาน ซึ่งติดต่อทาบทามเขาด้วยค่าตัวหนึ่งแสนบาท เพื่อไปชกในสายศึกเกียรติเพชร ซึ่งช่วงแรกๆ น้ำหนักตัวยังไม่ถึง 100 ปอนด์ จึงต้องชกหาประสบการณ์แถวภาคอีสานไปก่อน และได้ชื่อสังกัดใหม่เป็น “สะเก็ดดาว เพชรพญาไท” แต่เก็บตัวที่ค่าย ป.เชิดเกียรติ

สะเก็ดดาว เข้าเมืองกรุงครั้งแรกตอนอายุ 17 ปี ถูกประกบให้เจอของแข็งวัดชั้นกับ “หยกขาว ป.บูรพา” มวยเด็กฟอร์มสดผ่านสังเวียนเมืองหลวงมาแล้วถึง 5 ไฟต์ ซึ่งเขาก็ไม่ทำให้ทางค่ายผิดหวัง หลังคว้าชัยในรายการศึกเกียรติเพชรที่เวทีมวยลุมพินีได้สำเร็จ
    ด้วยผลงานชนะมวยเก่งมีระดับในครั้งนั้น สะเก็ดดาว จึงถูกโปรโมตขึ้นชิงแชมป์ช่อง 7 สี รุ่นพินเวต 102 ปอนด์ต่อทันที เจอกับคู่ปรับเก่า หยกขาว ที่ตามมาแก้มือโดย สะเก็ดดาว เป็นฝ่ายย้ำแค้นไปอีกครั้ง และได้ครองแชมป์สถาบันหลักเส้นแรกของชีวิต

 หลังจากเป็นแชมป์ช่อง 7 สี สะเก็ดดาว ได้สร้างเกียรติประวัติด้วยการคว้าแชมป์ได้อีกหลายเส้น ทั้งแชมป์ลุมพินี รุ่นเฟเธอร์เวต 126 ปอนด์, แชมป์ราชดำเนิน รุ่นเฟเธอร์เวต 126 ปอนด์, แชมป์สหพันธ์มวยไทยอาชีพโลก (WPMF) รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต 130 ปอนด์, แชมป์ลุมพินี รุ่นไลต์เวต 135 ปอนด์ 2 สมัย, แชมป์สภามวยโลก WBC มวยไทย รุ่นซูเปอร์ไลต์เวต 140 ปอนด์ และ แชมป์แม็กซ์มวยไทย ปี 2556 รุ่น 67 กก.

นอกจากกวาดแชมป์หลายต่อหลายเส้นในช่วงปี 2550 – 2552 ยังมีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ ได้รับรางวัลนักมวยไทยยอดเยี่ยมจากสนามมวยเวทีลุมพินีปี 2550 และรางวัลนักมวยไทยดีเด่นการกีฬาแห่งประเทศไทย ปี 2550 และปี 2552
    ยอดมวยมหาสารคาม ช้างเผือกภูธรเจ้าของคติประจำใจ “ยามแพ้อย่าลดละ ยามชนะอย่าลำพอง” ได้ฉายา “ดาวมฤตยู” จากทีมงานเกียรติเพชร เพราะต้องการให้แฟนๆ เห็นภาพความเก่งกาจของ สะเก็ดดาว มากขึ้น
 ด้วยความที่เขาเป็นมวยใหญ่และมีความเก่งกาจไร้เทียมทานทำให้หาตัวชกยาก เพราะตลาดมวยใหญ่เกิน136 ปอนด์ยังไม่เป็นที่นิยมในเมืองไทย จึงจำเป็นต้องคุมน้ำหนัก สุดท้ายหลังแพ้คะแนนให้กับ “ปกรณ์ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” เขาจึงตัดสินใจแขวนนวมในปี 2557

ในโลกนี้มีศิลปะการต่อสู้ในหลากหลายรูปแบบ แต่วันนี้ทีมข่าวกีฬาจะมานำเสนอศิลปะการต่อสู้ประเภทหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นก็คือ ศิลปะการป้องกันตัวแบบผสม หรือ MMA นั่นเอง ซึ่งยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากสักเท่าไหร่ในเมืองไทย แต่เร็วๆ นี้จะมีการแข่งขัน MMA เป็นครั้งแรกในเมืองไทย ซึ่งมีคนไทยเป็นแชมป์อยู่ด้วย แถมมาป้องกันแชมป์ให้ดูกันที่แดนสยามอีกต่างหาก.

“ทวีปเอเชีย” คือ ถิ่นกำเนิดของศิลปะการป้องกันตัวหลายแขนงมานานกว่า 5,000 ปี ไม่ว่าจะเป็นคาราเต้ มวยกัมพูชา มวยไทย กังฟู ยูยิตสู ยูโด มวยกาลี มวยปล้ำซุยเจียว ไอคิโด ตลอดจนศาสตร์การป้องกันตัวอื่นๆ โดยศิลปะการป้องกันตัวแบบผสมถือเป็นวิวัฒนาการศาสตร์การป้องกันตัวรูปแบบใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจของศตวรรษนี้ และยังเป็นอนาคตใหม่ของศาสตร์การป้องกันตัวที่น่าจับตามอง เนื่องจากเป็นการหลอมรวมการฝึกฝนศิลปะการป้องกันตัวที่ครบถ้วนทั้งเทคนิคการปะทะและการจับยึด ทั้งการป้องกันตัวแบบยืนและการนอน ซึ่งต้องใช้แบบแผนของศาสตร์การป้องกันตัวหลากหลายชนิด นับเป็นเกมกีฬาที่มีทั้งรางวัลล่อใจแก่ผู้ชนะ การใช้ทักษะกีฬาระดับโอลิมปิก เสน่ห์ของศิลปะการป้องกันตัวดั้งเดิม และความตื่นเต้นเร้าใจเสมือนการดูคอนเสิร์ตร็อกชั้นเลิศ

เงื่อนไขของการชี้ผลแพ้ชนะของการแข่งขัน MMA ในปัจจุบัน

1.การน็อกเอาต์

2.การยอมแพ้

3.การยอมแพ้ด้วยวาจา

4.การยุติการแข่งขันโดยผู้ตัดสิน

5.การยอมแพ้โดยพี่เลี้ยงนักกีฬา

6.การตัดสินของคณะกรรมการ

ข่าวกีฬา MMA

นักชงหญิง MMA